คำคมจากอนิเมะ - Hanasaku Iroha สาวเรียวกังหัวใจเกินร้อย -
เรื่องย่อ
โอะฮะนะ มะสึมะเอะ หญิงสาววัยสิบหกปี ซึ่งอาศัยอยู่ในกรุงโตเกียวกับซะสึกิ มะสึมะเอะ มารดา แต่มารดาหนีหนี้สินตามคนรักไปและให้เธอไปอาศัยอยู่กับซุอิ ชิจิมะ ยายที่มิเคยพบหน้าค่าตากันมาก่อน ยายของโอะฮะนะเป็นเจ้าสำนักโรงแรมและบ่อน้ำร้อนชื่อ "คิสซุอิ" (喜翆荘) ซึ่งมีอายุเก่าแก่ถึงสมัยไทโช นางซุอิให้หลานทำงานที่โรงแรมเพื่อแลกค่าอยู่ค่ากิน ณ ที่นั้น โอะฮะนะพบว่า ตนเองไม่สามารถเข้ากับพนักงานหลาย ๆ คนได้ จึงท้อแท้เป็นอันมาก ทว่า เมื่อกำหนดใจไว้แล้วว่า จะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนแปลงชีวิตตนให้ดีขึ้น ก็ได้พยายามปรับปรุงความสัมพันธ์กับคนทั้งปวงหมายจะไปสู่อนาคตที่ดีกว่านี้
ที่มา: Wikipedia

[โอฮานะ]: ฉันชอบช่วงเวลานี้ที่สุด ประกายแสงค่อย ๆ สว่างวาบขึ้นตามเส้นทางที่ฉันเดินไป เป็นเส้นทางสู่อนาคตของฉัน และหวังว่าที่ปลายทางนั้น ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันให้ดีที่สุด

[โคอิจิ]: ฟังนะ! ฉันชอบเธอ... ตัวฉันชอบมัตสึมาเอะ โอฮานะ มาตลอด
ย้อนความหลังตอนที่แม่ของโอฮานะไม่มาวันประชุมผู้ปกครองตามสัญญา

[โอฮานะ]: เมื่อใดที่หวังพึ่งคนอื่น มันมักจบลงที่ความเจ็บปวด ดังนั้นการไม่หวังพึ่งใครตั้งแต่แรกน่ะดีแล้ว

[ซะสึกิ]: โอฮานะ! จำไว้นะ อย่าเชื่อใจใครง่ายๆ แม้แต่ครอบครัวก็ตาม อย่าหวังพึ่งใครเด็ดขาด เชื่อแค่ตัวเองเท่านั้นน่ะ
ตอนที่เด็นโรคุ (ลุงเมล็ดถั่ว) เข้ามาคุยกับซุอิ (นายหญิง)

[ซุอิ]: ตัดฝืนอย่าใช้มือ จงใช้มีด
[คาวาจิริ]: หากไร้ซึ่งความกล้า ก็ไม่มีวันชนะ
โคอิจิกำลังขึ้นรถไฟไปหาโอฮานะ

[โคอิจิ]: ถ้าโอฮานะยังเชื่อว่าเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้วล่ะก็ ไม่ว่ายังไงก็ต้องผ่านไปได้ ต้องไม่เป็นไรอยู่แล้ว
โอฮานะไปตามโทรุที่งานแต่งเพื่อนสมัยเรียน

[โทรุ]: ถ้าหากว่าเธอเชื่อใจฉันแล้วล่ะก็ ฉันจะไม่ทำให้เธอผิดหวังแน่นอน
ตอนที่โอฮานะจะโทรไปต่อว่าผู้ที่เขียนบทความวิจารณ์โรงเตี๊ยม

[ซุอิ]: ถึงแม้ว่าจะไม่พอใจกับคำวิจารณ์นั่น ก็ต้องยอมรับมัน แล้วก็ต้องพัฒนาการทำงานของตัวเองสิ
โคอิจิถูกเพื่อนร่วมงานสารภาพรัก แต่ตอบปฏิเสธไป

[โคอิจิ]: บางทีอาจจะไม่ได้เป็นความตั้งใจของเธอก็ได้ เป็นไปได้ว่าผมอาจจะไม่ได้คำตอบกลับมา ก็ดีแล้ว ผมก็เคยรอเหมือนกัน แล้วก็เธออาจจะเป็นอะไรไปก็ได้ ถ้าผมไม่ได้เฝ้ามองเธอ
ซะสึกิมาพักที่โรงเตี๊ยมแล้วเขียนข้อความไว้ให้
[ซะสึกิ]: การที่จะคงสภาพเดิมมาตลอด 10 กว่าปี ราวกับว่ามันเพิ่งผ่านมาเพียงวันเดียวเท่านั้น หรือว่าถ้าหากว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ มันก็จะกลายเป็นความจำเจ ดังนั้นเราจึงต้องคอยเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อที่จะคงสภาพเดิมเอาไว้ให้ได้ คิสซุยโซจะมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา โดยพนักงานทุกคนต่างก็มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ที่จะคงรักษามาตรฐานการบริการไม่ให้แปรเปลี่ยน เพื่อที่จะรักษาภาพลักษณ์เดิมในอดีตไว้ต่อไป เป็นโรงเตี๊ยมที่แสนอบอุ่น ซึ่งทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้เข้าไปพัก
โอฮานะอธิบายความหมายของบงโบรุให้ยูอินะฟัง

[โอฮานะ]: บงโบรุ คือ การที่เราพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะบรรลุเป้าหมาย
หลังจากคู่หมั้นของยูอินะกำลังต่อว่าพนักงานชั่วคราว
[ยูอินะ]: ไปว่าพวกเค้าแบบนั้นไม่ได้นะ ทำงานโรงเตี๊ยมน่ะมันหนักนะ ถ้าไม่ใช่คนที่มีใจรักจริงล่ะก็ทนไม่ไหวหรอก ไม่ว่าจะจ่ายเงินให้มากแค่ไหน พวกเค้าก็คงไม่ฝืนใจทำในสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทำหรอก เธอจะบงโบรุเพื่อสิ่งที่ไม่อยากก็คงจะไม่ได้หรอกใช่ม๊า ฉันเองน่ะก็มีสิ่งที่อยากทำอยู่ตั้งเยอะแยะเลย ฉันคงเลือกอันที่ฉันชอบที่สุดไว้เป็นอาชีพในอนาคตของฉัน แต่ว่าหนึ่งในนั้นไม่มีการทำงานแบบนี้อยู่หรอกนะ งานในโรงเตี๊ยมน่ะ
ตอนที่ทะโรขอบคุณเอะนิชิที่ให้เขีียนบทหนัง
[เอะนิชิ]: คนที่ทำงานหนักก็สมควรที่จะได้รับโอกาสที่ดีนะ มันก็เท่านั้นแหละ จากนี้พวกเราทั้งคู่คงต้องพยายามกันมากขึ้น อาจจะยากไปหน่อย หากมองย้อนกลับไปก็มีบ้างที่รู้สึกมันน่าอับอายทำอะไรผิดพลาดไปหมด แต่ว่ามันจบลงแล้ว เปลวไฟเล็ก ๆ ที่ยังลุกโชนอยู่ในใจเรานี้ คอยบอกว่าสิ่งที่เรากำลังทำมันต้องไม่สูญเปล่าแน่นอนเลย
ซุอิพูดถึงมินโกะที่พยายามทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้เป็นแม่ครัวให้ได้
[ซุอิ]: เธอตัดสินใจว่าจะเป็นแม่ครัวตั้งแต่มัธยมต้นแล้ว แล้วก็ตั้งใจจะมาทำงานที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้หลังจากเรียนจบเลยนะ แต่ก็นะ ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะเป็นแบบเดียวกับเธอได้ คนที่ตัดสินใจเลือกเส้นทางของตัวเองได้ก็คือคนที่จะได้เห็นเส้นทางที่อยู่ข้างหน้า หลังจากที่ได้ปีนไปถึงยอดเขานั่นแหละ เธออาจจะเปลี่ยนเส้นทางหรือเลือกเดินทางผิดก็ได้เหมือนกันนะ เพราะพวกเธอนั่นน่ะสามารถทำแบบนั้นได้อยู่แล้ว
ความหลัง : ซุอิและสามีของเธอที่ได้ตัดสินใจแต่งงานกัน

[ซุอิ]: คิสซุยโซ
[สามีของซุอิ]: มันคือชื่อของโรงเตี๊ยมของเรา ซุยคือคันจิของเธอ รวมเป็นคำได้คิสซุยโซ
[ซุอิ]: แต่ว่าพวกเราต้องคิดถึงลูกค้าสิ ไม่ใช่ฉันสักหน่อย
[สามีของซุอิ]:ถ้าหากเราไม่ชื่นชมตัวเอง ก็ไม่อาจให้บริการลูกค้าได้ด้วยใจเราเองหรอก แล้วอีกอย่างนึง ไม่แค่เพื่อเธอหรอกนะ ถ้าหากเธอมีความสุข ฉันเองก็มีความสุข
โคอิจิได้เจอกับโอฮานะที่โตเกียว

[โคอิจิ]: เธอยังจำได้รึเปล่า ที่เธอบอกว่าทิวทัศน์ของโตเกียวน่าเบื่อน่ะ ฉันน่ะ ไม่เคยคิดแบบนั้นมาก่อนในชีวิตเลย แต่พอไม่มีเธออยู่ด้วย ทุกอย่างมันก็น่าเบื่อไปหมด
ทุกคนได้คุยกันหลังจากงานบงโบริ

[เอะนิชิ]: แม่ครับ ถ้าไม่ว่าอะไร ผมอยากให้ทุกคนได้ฟัง ผมเพิ่งจะรับรู้และเข้าใจว่า ผมยังไม่ได้เรียนรู้เท่าไหร่เลยครับ ผมไม่สามารถตามแม่หรือแม้แต่พี่ทันสักที อยากจะให้ทุกคนยังอยู่ด้วยกันต่อไป แต่ผมยังไม่มีความสามารถพอ แม่ครับ พอเห็นด้วยในการที่จะปิดคิสซุยโซนะครับแม่ แต่แค่ปิดชั่วคราวเท่านั้น ผมไม่ต้องการให้มันจบตรงนี้ ผมจะเรียนมากขึ้น ฝึกฝนมากขึ้น แล้วจะสานต่อรับช่วงมาทำต่อเมื่อเวลานั้นมาถึง เมื่อเวลานั้น ผมขอใช้ชื่อคิสซุยโซต่อจะได้ไหมครับแม่ ผมต้องการจะทำโรงเตี๊ยมที่แม่เป็นนายหญิงนะครับแม่
หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง ซุอิได้มาส่งโอฮานะที่สถานีรถไฟ

[โอฮานะ]: ครั้งแรกที่ฉันมาที่คิสซุยโซ ฉันคิดว่าจะเป็นโรงเตี๊ยมที่เหมือนในนิทาน และมันก็เป็นไปตามที่ฉันวาดฝันไว้ เรื่องบ้าบอเกิดขึ้นมากมายเต็มไปหมด หลายสิ่งเกิดขึ้นในแต่ละวัน แต่เพราะเป็นแบบนั้น ทุกคนถึงบงโบรุกันได้ขนาดนี้สินะคะ ผู้คนมากมายได้อยู่รวมตัวกันแล้วก็บงโบรุด้วยกันจนเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดเรื่องหลายอย่างขึ้น สิ่งต่าง ๆ ที่ถูกสร้างขึ้นมาตามความรู้สึกของแต่ละคนด้วย เพราะฉะนั้นแล้วไม่ใช่ที่นี่ แต่ว่ามันจะเกิดที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นตัวหนู หนูสัญญาว่าจะกลับมาค่ะ
โอฮานะได้กลับมาใช้ชีวิตอยู่ที่โตเกียว

[โอฮานะ]: ตอนนี้ฉันน่ะ ยังเป็นดอกไม้ที่ตูมอยู่ แต่ว่า เพราะอย่างนั้นฉันถึงได้เติบโตขึ้นใกล้ดวงอาทิตย์ ดับความกระหายด้วยน้ำ ฉันน่ะ ต่อจากนี้จะเบ่งบานให้ได้







ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น